UFABETWINS ทุกอย่างล้วนมีที่มา

UFABETWINS สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบคาดเดาไม่ได้

แล้วแต่อารมณ์คนเดียวขนาดนี้ มีการสำรวจมาว่ามันเกิดขึ้นเพราะระบบเจ้าของสโมสรในฟุตบอลอิตาลี ซึ่งแตกต่างจากลีกอื่น ๆ ที่มีการลงความเห็นจากกลุ่มผู้ถือหุ้น มีซีอีโอมืออาชีพเข้ามาบริหารโดยเฉพาะ ขณะที่ประธานมีหน้าที่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ลงมาเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในสโมสร “ซามปารินี่ เป็นคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในทุกการตัดสินใจของสโมสร เรามีประวัติการเลือกใช้โค้ชที่เลวร้ายมากเลยนะ หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ จูเซ็ปเป้ ปาปาโดปูโล่ ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามา ลุยจิ เดลเนรี่ คุมทีมแพ้ เซียน่า

UFABETWINS

ในเกมวันอาทิตย์ จากนั้นนักข่าวก็บอกว่า จิจี้ เดลเนรี่ ได้ถูกไล่ออกไปแล้ว โดยที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น” อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของ ปาแลร์โม่กล่าว”เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปที่บ้านของ ซามปารินี่ และพบว่ามี ปาปาโดปูโล่ รออยู่ก่อนแล้ว ผมเริ่มบอก ซามปารินี่ ว่าการเลือกเขาคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่เขาก็ตบหน้าผมและไล่ผมออกในวันต่อมา””ผมตกงานได้ไม่นาน ซามปารินี่ ก็โทรมาหาผมหลัง ปาปาโดปูโล่ พาทีมแพ้ 2 เกมติด ‘นี่แกคิดว่าเขาไม่ไหวจริง ๆ เหรอ ? งั้นแกรีบกลับมาทำงานเลย’ ผมบอกว่าเขาไม่ไหวจริง ๆ จากนั้น ซามปารินี่ ก็ฟังผมและแต่งตั้ง กุยโดลิน คนที่เขาเพิ่งปลดจากตำแหน่งมาเป็นโค้ชอีกครั้ง” เขายอมรับว่าการทำงานกับ

ซามปารินี่ ยากมาก เพราะตาเฒ่าอารมณ์ร้อนนั้นอยากจัดการทุกอย่างเอง และไม่เคยให้อิสระที่แท้จริงกับใครเลย ที่เป็นสาเหตุทำให้ ปาแลร์โม่ ใช้โค้ชมากกว่า 40 คน นับตั้งแต่ปี 2002 จนถึง ปี 2017 นอกจากนี้ ด้วยระบบการปลดโค้ชของอิตาลี ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ซามปารินี่ ใช้โค้ชแบบวนลูป กล่าวคือสำหรับทีมในอิตาลีส่วนใหญ่ แม้จะประกาศไล่โค้ชออกจากตำแหน่ง แต่เป็นการปลดออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชเท่านั้น กุนซือเหล่านั้นยังคงรับเงินเดือนอยู่กับสโมสร เพียงแต่ไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไร ทำให้เมื่อไล่คนเก่าออก ก็

สามารถดึงคนที่แขวนเอาไว้มาแทนที่ เพราะอย่างไรก็รับเงินเดือนกับทีมอยู่แล้ว ในขณะที่ถ้าหากพวกเขาต้องการย้ายไปคุมทีมอื่น ก็เพียงแค่ยกเลิกสัญญาด้วยความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งเหล่านี้เป็นการหลีกเลี่ยงการต้องจ่ายเงินชดเชยค่าฉีกสัญญาจำนวนมหาศาล และนี่ก็เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมกุนซือของ ปาแลร์โม่ จึงเป็นหน้าเดิม ๆ อยู่บ่อย ๆ ที่เข้ามาคุมทีม 2-3 รอบ ภายในเวลาไม่กี่ปีนั่นเอง มาร์ค ดอดจ์ นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย ไบรท์ตัน ที่เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมฟุตบอลในประเทศ อิตาลี ให้ทร

รศเกี่ยวกับเรื่องของ ซามปารินี่ ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะมันคือความล้มเหลวของระบบเจ้าของทีมในลีกอิตาลี “สโมสรจะถูกควบคุมโดยชายคนเดียวที่มีความเชื่อมโยงกับการเมือง เป็นเศรษฐีที่ร่ำรวย และเขาคนนั้นเป็นคนมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดห้ามโต้เถียง เสียงของแฟนฟุตบอลไม่ได้มีความหมายอะไร” มาร์ค ดอดจ์ กล่าวในบทความของเว็บไซต์ vice.comนอกจาก ซามปารินี่ แล้ว มาร์ค ดอดจ์ ยังชี้ตัวอย่างอีกหลายราย ทั้ง ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ เจ้าของสโมสร เอซี มิลาน ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ต่างกัน และตอนจบของ มิลาน ในยุคของ

เขาก็ย่ำแย่จนต้องขายทีมทิ้งให้กลุ่มทุนจากจีนอีกด้วย … เรียกว่าระบบนี้ถ้าได้เจ้าของที่ดี มีความรักต่อทีมและมีวุฒิภาวะในการบริหารก็ถือว่าเป็นการถูกหวย โชคดีไป เหมือนกับ มิลาน ยุครุ่งโรจน์ แต่ถ้าโชคร้าย สโมสรก็ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนของคน ๆ นั้นให้ได้ ดังที่เกิดขึ้นกับ ปาแลร์โม่ ในช่วงทศวรรษหลังอย่างไรก็ดี แม้จะโดนวิจารณ์อย่างหนัก แต่ ซามปารินี่ กลับมองว่าตัวเขาไม่ได้เป็นฝ่ายผิด หรือสมควรโดนโจมตีอะไรขนาด

นั้น เขาบอกเสมอว่าในการเปลี่ยนโค้ชแต่ละครั้ง ก็มีเหตุผลที่มาจากเรื่องของผลงานทั้งสิ้น เขาแค่ไม่อยากรอให้ความผิดพลาดดำเนินไปมากกว่านี้ ในบางครั้งจึงมีการปลดกุนซือหลังจากคุมทีมไปไม่กี่เกม กรณีนี้มีตัวอย่างจากการปลด วอลเตอร์ โนเวลลิโน่ ที่เข้ามาคุมทีมในเดือนมีนาคม และโดนปลดออกในเดือนเมษายนปี 2016 นั่นเอง “หลายคนบอกว่าผมบ้า แต่มันไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย บางทีผมก็รู้สึกว่าผมเป็นเหยื่อของสื่อ” เขาว่ากับ Radio 24″สภาพของ ปาแลร์โม่ ดูไม่ได้เลย เราแพ้แบบหมดรูป 2 เกมหลังสุดเราเสียไป 6 ลูก

คุณคิดว่ามันง่ายเหรอในการปฎิบัติต่อ โนเวลลิโน่ แบบนั้น เราจะตกชั้นแน่หากว่าเราไม่มีความคิดที่จะอยู่รอด” โนเวลลิโน่ คือโค้ชคนที่ 8 ของ ปาแลร์โม่ ในฤดูกาล 2015-16 และการพยายามดิ้นของเขาทำให้ทีมรอดตกชั้นด้วยการคว้าอันดับ 16 ของฤดูกาลแต่เช่นเดียวกันที่ความดื้อดึงและใจร้อนของเขาส่งผลเสีย เพราะอีก 1 ปีต่อมา ปาแลร์โม่ ใช้เฮดโค้ชถึง 5 คนในฤดูกาล 2016-17 … ซึ่งสุดท้ายพวกเขาตกชั้นด้วยการเป็นรองบ๊วยของ เซเรีย อาผลกระทบที่ตามมาการปลดโค้ชเข้า ๆ ออก ๆ จนทำให้ระบบทีมที่เคยดีในช่วงก่อนหน้านี้หายไปหมด

ปาแลร์โม่ มาถึงขาลงแบบจริงจังในช่วงปี 2016 เป็นต้นมา ฤดูกาล 2016-17 พวกเขาตกชั้นลงสู่ เซเรีย บี ซึ่งในปีนั้น ซามปารินี่ ประกาศปลดตัวเองจากการเป็นประธานและแต่งตั้ง พอล บาคาญินี่ เข้ามาเป็นประธานคนใหม่ เพื่อที่เจ้าตัวจะหากลุ่มทุนใหม่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแทนตัวเอง มาถึงตรงนี้ยิ่งทำก็ยิ่งเละเสียแล้ว เพราะวงการฟุตบอลอิตาลีซบเซาและมีปัญหาทางด้านการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะทีมที่ไม่ได้เป็นทีมที่เป็นแม่เหล็กนั้นไม่มีทางหลีกหนีปัญหานี้พ้น ปาแลร์โม่ เองก็เช่นกัน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อ ซามปารินี่ ยังต้องตกเป็น

UFABETWINS

ผู้ต้องสงสัยในคดีฟอกเงินวิธีการฟอกเงินของ ซามปารินี่ คือการขายแบรนด์เกี่ยวกับ ปาแลร์โม่ ให้กับบริษัทที่เขาจ้างขึ้นมาเพื่อตบแต่งเลขบัญชี ก่อนจะซื้อกลับมาในราคาถูก ๆ เพื่อปิดบังตัวเลขการขาดทุนที่แท้จริง เจตนาก็เพื่อจะซ่อนหนี้ทั้งหมดให้ทีมที่เข้ามาเทคโอเวอร์ใหม่นั่นเอง ซึ่งก็ไม่เคยได้มีใครหลงกลนี้ หนักข้อที่สุดคือการโดนตัดสินว่า ซามปารินี่ ผิดจริง จนเสียสิทธิ์การเป็นเจ้าของทีมไปโดยปริยาย แต่มันยังไม่จบ

เท่านั้นเพราะ ปาแลร์โม่ ยังโดนสั่งให้ต้องไปแข่งขันในเซเรียดี (ดิวิชั่น 4 ของประเทศ) ในปี 2019 จากปัญหาการเงินอีกด้วย โดยการลงต่ำสุดครั้งนี้ได้รับการชุบชีวิตโดยนายกเทศมนตรีของเมืองอย่าง เลลูกา ออร์แลนโด้ รวมถึงกลุ่มเศรษฐีใน ซิซิเลีย ที่ต้องการทำทีมประจำเมืองให้กลับมาอยู่ในลีกสูงสุดอีกครั้ง ทว่าสถานการณ์

ตอนนี้ยากเย็นถึงขีดสุด เนื่องจากนับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19 สโมสรฟุตบอลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างก็ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งแม้จะคว้าแชมป์เซเรียดีในฤดูกาล 2019-20 ได้เลื่อนชั้นสู่เซเรียซี ในฤดูกาล 2020-21 ทุกวันนี้ ปาแลร์โม่ ก็ยังต้องดิ้นรนในลีกล่างของประเทศต่อไป …
นั่นคือเรื่องราวของคน ๆ เดียวที่สร้างทุกอย่าง และทำลายทุกอย่างภายใน 17 ปีอย่างแท้จริง

 

คลิ๊กเลย >>>  UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล